การทดสอบวาล์ว (Valve Testing) ⚙️💙

การทดสอบวาล์ว (Valve Testing) การทดสอบวาล์ว (Valve Testing) คือ กระบวนการตรวจสอบ และยืนยันว่าวาล์ว (Valve) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ควบคุมการไหลของของไหล (ของเหลวหรือก๊าซ) สามารถทำงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนด มีความแข็งแรงเพียงพอ และไม่มีการรั่วซึมก่อนที่จะนำไปติดตั้งในระบบจริง ความสำคัญของการทดสอบวาล์ว ทำไมเราถึงต้องทดสอบวาล์วอย่างละเอียด เหตุผลหลักมี ดังนี้: ▶︎ ความปลอดภัย (Safety): ป้องกันการเกิดระเบิดหรือการรั่วไหลของสารอันตราย (เช่น ก๊าซไวไฟหรือสารเคมีกัดกร่อน) ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สิน ▶︎ ประสิทธิภาพของระบบ (System Efficiency): วาล์วที่รั่วซึมทำให้แรงดันในระบบตก และสูญเสียทรัพยากรโดยใช่เหตุ ▶︎ การปฏิบัติตามมาตรฐาน (Compliance): เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เช่น API (American Petroleum Institute), ASME หรือ ISO ▶︎ ยืดอายุการใช้งาน (Longevity): การตรวจพบจุดบกพร่องตั้งแต่เริ่มต้นๆ จะช่วยลดค่าซ่อมบำรุงในระยะยาว . การทำงานของการทดสอบวาล์ว (How it works)…

Valve Failure หรือสถานะของวาล์วเมื่อล้มเหลว ⚠️

Valve Failure หรือสถานะของวาล์วเมื่อล้มเหลว คำว่า “Valve Failure” (สถานะของวาล์วเมื่อล้มเหลว) ในบริบททางวิศวกรรมและอุตสาหกรรมหมายถึง ตำแหน่งที่วาล์วควบคุม (Control Valve) จะเคลื่อนที่ไปอยู่ในสภาวะสุดท้าย เมื่อระบบควบคุมขัดข้อง หรือแหล่งจ่ายพลังงานที่ใช้ในการควบคุมวาล์วหายไป (เช่น ไฟดับ, ลมอัดหายไป, สัญญาณควบคุมขาดหาย) ส่งผลทำให้วาล์วไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งในการออกแบบ และติดตั้งวาล์วในโรงงานอุตสาหกรรมนั้น มีการคำนึงถึงสถานการณ์นี้ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ระบบยังคงปลอดภัย และช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น  ประเภทของ Valve Failure Status (Fail Position) มี 3 สถานะหลักดังนี้:1. Fail Open (FO) หรือ Fail Safe Open (FSO) ความหมาย: หากระบบควบคุมล้มเหลว วาล์วจะเปิดเต็มที่ (100%) การใช้งาน: สถานะนี้มักใช้ในกระบวนการที่ต้องการให้ของไหลยังคงไหลต่อเนื่องเพื่อป้องกันความเสียหาย เช่น การจ่ายสารหล่อเย็นในระบบระบายความร้อน หรือใช้กับระบบที่ต้องการให้ของไหลไหลผ่าน เพื่อระบายความร้อน หรือป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแรงดันเกิน (Over-pressure) เช่น:– วาล์วหล่อเย็น (Cooling Line…

6 สัญญาณเตือนว่าหม้อไอน้ำของคุณต้องการการบำรุงรักษา ♨️

6 สัญญาณเตือน ว่าหม้อไอน้ำของคุณต้องการการบำรุงรักษา   อย่ารอให้หม้อไอน้ำพัง! หม้อไอน้ำ (Boiler) คือหัวใจของระบบผลิตไอน้ำในโรงงานอุตสาหกรรม หากเกิดปัญหาเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่ การหยุดผลิต, ต้นทุนซ่อมแพง, หรือ อุบัติเหตุร้ายแรง ได้ ดังนั้นการสังเกต “สัญญาณเตือน” ตั้งแต่เนิ่น ๆ คือสิ่งที่ทุกโรงงานควรทำ  6 สัญญาณเตือนสำคัญ ที่ไม่ควรมองข้าม1. ความดันและอุณหภูมิไม่คงที่ตัวเลขความดันไอน้ำผันผวน หรือขึ้นช้ากว่าปกติอุณหภูมิไม่ถึงจุดที่ตั้งไว้ หรือร้อนเกินเร็วผิดปกติ อาจเกิดจากคราบตะกรัน, เซนเซอร์เสีย หรือวาล์วควบคุมมีปัญหา2. มีเสียงผิดปกติจากตัวหม้อไอน้ำเสียงต๊อกแต๊ก ป๊อกแป๊ก หรือเสียงโลหะขยายตัวบ่อยได้ยินเสียงลมหรือแรงดันระบายผิดปกติ อาจเกิดจากการสะสมของตะกรัน, การไหลของน้ำไม่สมดุล หรือท่อบิดงอ3. การใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นโดยไม่มีเหตุผลหม้อไอน้ำกินน้ำมัน/ก๊าซ/ไฟฟ้ามากขึ้นแต่ผลิตไอน้ำเท่าเดิม เป็นสัญญาณว่าประสิทธิภาพความร้อนลดลง อาจมีคราบตะกรันหรือฉนวนเสื่อม4. มีน้ำหรือไอน้ำรั่วตามท่อและวาล์วพบคราบน้ำรอบจุดเชื่อม ท่อ หรือวาล์วมีไอน้ำลอยออกจากจุดที่ไม่ควรมี อาจเกิดจากซีลรั่ว, ข้อต่อหลวม หรือท่อผุ5. มีคราบเขม่าหรือควันดำจากปล่องไอเสียปล่องควันมีสีดำหรือเทาเข้มผิดปกติ แสดงถึงการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพและก่อให้เกิดมลพิษ6. ระบบตัดอัตโนมัติทำงานบ่อยผิดปกติเครื่องดับเองหรือตัดการทำงานบ่อย ทั้งที่ยังไม่ได้ถึงขีดอันตราย อาจเป็นการทำงานผิดพลาดของระบบเซฟตี้ หรือตัวควบคุมเสื่อมสภาพ ควรทำอย่างไรเมื่อพบสัญญาณเตือน?เรียกช่างเทคนิคที่เชี่ยวชาญตรวจสอบทันทีอย่าซ่อมเองหากไม่มีใบอนุญาตวางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เป็นประจำใช้บริการจากแบรนด์หรือศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือ รู้หรือไม่หม้อไอน้ำที่ดูเหมือนไม่มีปัญหา อาจซ่อนสัญญาณเตือนไว้อย่างเงียบ ๆ การรู้จักสังเกตและลงมือแก้ไขทันเวลา จะช่วยป้องกันการหยุดผลิตโดยไม่จำเป็น และยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานอย่างคุ้มค่า .  For…

วิธีแก้ปัญหา “บอลวาล์ว” อุดตัน❓

วิธีแก้ปัญหา “บอลวาล์ว” อุดตัน บอลวาล์วอุดตันสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การสะสมของตะกอน สนิม หรือสิ่งสกปรกในระบบไหลของของไหล วิธีแก้ไขปัญหาขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตัน โดยสามารถลองวิธี ดังต่อไปนี้ วิธีแก้ปัญหาบอลวาล์วอุดตัน1. เปิด-ปิดวาล์วเพื่อล้างสิ่งอุดตัน หากวาล์วยังสามารถหมุนได้ ให้ลองเปิด-ปิดวาล์วหลายครั้งเพื่อดูว่าสิ่งอุดตันสามารถหลุดออกไปได้หรือไม่ ใช้แรงดันของของไหลช่วยดันสิ่งอุดตันออก2. ล้างทำความสะอาดวาล์ว ปิดระบบและถอดวาล์วออกเพื่อตรวจสอบภายใน ใช้น้ำแรงดันสูงหรือสารทำความสะอาด เช่น น้ำยาละลายตะกรัน (Descaler) หรือน้ำยาทำความสะอาดสนิม เช็ดและเป่าภายในให้แห้งก่อนประกอบกลับ3. ตรวจสอบและเปลี่ยนซีลหรือโอริง (O-Ring) หากพบว่าซีลหรือโอริงเสื่อมสภาพ อาจเป็นสาเหตุของการอุดตันหรือการรั่วซึม ควรเปลี่ยนใหม่4. ตรวจสอบคุณภาพของของไหลในระบบ หากของไหลมีตะกอนหรือสารปนเปื้อนมาก อาจต้องติดตั้งตัวกรอง (Filter) ก่อนเข้าวาล์วเพื่อป้องกันการอุดตันในอนาคต5. เปลี่ยนบอลวาล์วใหม่ หากวาล์วเสียหายหนัก หมุนไม่ออก หรืออุดตันจนไม่สามารถแก้ไขได้ อาจต้องเปลี่ยนวาล์วใหม่ รู้หรือไม่ : หากเป็นระบบที่ใช้ในอุตสาหกรรม แนะนำให้ใช้บอลวาล์วคุณภาพสูงที่ทนทานต่อการกัดกร่อนและสิ่งปนเปื้อน เช่น บอลวาล์วของ KITZ ที่ออกแบบมาเพื่อลดปัญหาการอุดตันและการรั่วซึม .  For further inquiries, please contact :  Tel. : 02-678-2530-40  Fax : 02-678-2550-51  E-mail : sale@kcbkk.com หรือ info@kcbkk.com…

การบำรุงรักษาและการตรวจสอบวาล์วอุตสาหกรรม ⚙️

การบำรุงรักษาและการตรวจสอบวาล์วอุตสาหกรรม การบำรุงรักษาและการตรวจสอบวาล์วอุตสาหกรรมเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานของระบบในโรงงานอุตสาหกรรม การบำรุงรักษาที่ดีจะช่วยป้องกันการเสียหายที่อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการผลิตหรือเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ การตรวจสอบและบำรุงรักษาควรดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ : การตรวจสอบวาล์วเบื้องต้น– ตรวจสอบการรั่วไหล : ตรวจสอบว่ามีการรั่วไหลของของไหลรอบๆวาล์วหรือไม่ การรั่วไหลสามารถเกิดขึ้นที่ตัววาล์ว ซีล หรือข้อต่อ– ตรวจสอบสภาพภายนอก : ตรวจสอบสภาพของตัววาล์วและส่วนประกอบภายนอก เช่น รอยสนิม รอยแตกร้าว หรือความเสียหายอื่นๆ– ตรวจสอบการทำงานของวาล์ว : เปิด-ปิดวาล์วเพื่อตรวจสอบว่ามีความราบรื่นหรือไม่ และไม่มีการติดขัด หากพบการติดขัดหรือการทำงานที่ผิดปกติ ควรรีบดำเนินการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนวาล์วทันที การบำรุงรักษาตามระยะเวลา– การหล่อลื่น : วาล์วบางประเภทอาจต้องการการหล่อลื่นเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะวาล์วที่ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงหรือมีการใช้งานหนัก– การทำความสะอาด : การทำความสะอาดวาล์วเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรก ซึ่งจะลดการทำงานผิดพลาดหรือเสื่อมสภาพของวาล์ว– การเปลี่ยนซีลและปะเก็น : ซีลและปะเก็นเป็นส่วนที่เสื่อมสภาพได้ง่าย ควรตรวจสอบและเปลี่ยนเมื่อพบว่ามีการสึกหรอหรือการรั่วไหล– การตรวจสอบแรงบิด : ตรวจสอบและปรับแรงบิดของวาล์ว เพื่อให้มั่นใจว่าวาล์วสามารถปิดได้แน่นหนาและไม่มีการรั่วไหล การบันทึกข้อมูลการบำรุงรักษา– การบันทึกข้อมูลการตรวจสอบและการบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบจะช่วยให้สามารถติดตามสภาพของวาล์วได้ และทำให้สามารถวางแผนการบำรุงรักษาในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ– การบันทึกประวัติการซ่อมแซม การเปลี่ยนอะไหล่ และข้อมูลอื่นๆ จะช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาซ้ำ การตรวจสอบวาล์วด้วยวิธีการพิเศษ– การตรวจสอบด้วยการทดสอบความดัน (Pressure Testing) : ทดสอบวาล์วด้วยการใช้ความดันสูงเพื่อตรวจสอบความสามารถในการทนต่อแรงดัน และตรวจสอบการรั่วไหลภายใต้ความดันที่กำหนด– การตรวจสอบด้วยการทดสอบการทำงาน (Operational Testing)…

เลือกวัสดุของตัววาล์วอย่างไร❓🔩

 เลือกวัสดุของตัววาล์วอย่างไร ?  วัสดุที่ใช้สำหรับวาล์วมีอะไรบ้าง?1) เหล็กหล่อเหล็กหล่อมักใช้ในงานทั่วไปเนื่องจากมีความแข็งแรงและทนทาน วัสดุนี้มีราคาคุ้มค่า เหมาะสำหรับสภาพอุณหภูมิและแรงดันปานกลาง อาจไม่เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่กัดกร่อนสูงหรืออุณหภูมิที่รุนแรง2) เหล็กกล้าคาร์บอนเหล็กกล้าคาร์บอน มีความแข็งแรงและทนทาน จึงอาจเหมาะกับการใช้งานหลายประเภท โดยสามารถเคลือบหรือบุด้านในเพื่อเพิ่มความทนทานต่อการกัดกร่อนได้ เหล็กกล้าคาร์บอนแม้จะเคลือบแล้ว แต่ก็อาจไม่ทนทานเท่าสเตนเลส3) เหล็กกล้าไร้สนิมสเตนเลสมีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง วัสดุของวาล์วชนิดนี้ขึ้นชื่อในเรื่องความสามารถในการรองรับอุณหภูมิและแรงดันที่หลากหลาย วาล์วสเตนเลส เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร ยา และเคมี ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ประสิทธิภาพสูงและทนต่อการกัดกร่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญ4) พลาสติกและวัสดุผสมวัสดุเหล่านี้ใช้ในงานที่ต้องทนต่อการกัดกร่อนสูง นอกจากนี้ยังทำงานได้ดีในสภาพการทำงานที่ไม่รุนแรงมาก วาล์วพลาสติกและคอมโพสิตมีน้ำหนักเบาและคุ้มต้นทุน แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วจะไม่เหมาะกับอุณหภูมิหรือแรงดันสูง5) บรอนซ์บรอนซ์มีคุณค่าในด้านความแข็งแรงและทนต่อการกัดกร่อน คุณสมบัตินี้ส่วนใหญ่ใช้ในงานทางทะเลและทางน้ำ ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสภาพแวดล้อมที่วาล์วอาจสัมผัสกับน้ำเค็มหรือน้ำกร่อย ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกวัสดุตัววาล์ว1) เงื่อนไขการให้บริการวัสดุจะต้องสามารถทนต่ออุณหภูมิและแรงดันได้โดยไม่เกิดความเสียหาย สภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงมักต้องการวัสดุ เช่น สเตนเลสหรือเหล็กอัลลอยด์ ในทางกลับกัน อุณหภูมิต่ำอาจจำเป็นต้องใช้วัสดุที่มีความต้านทานแรงกระแทกได้ดี เช่น เหล็กเหนียว การใช้งานแรงดันสูงอาจต้องการวัสดุที่มีความแข็งแรงและทนทานสูง2) คุณสมบัติทางกลวัสดุของวาล์วคาดว่าจะทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีแรงและความเครียดสูง ดังนั้นจะต้องมีความแข็งแรงทางกลที่เพียงพอ อุตสาหกรรมบางแห่งจำเป็นต้องใช้ของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ซึ่งของเหลวเหล่านี้มักมีการสึกหรอสูง วัสดุที่มีความทนทานต่อการสึกหรอสูง เช่น โลหะผสมที่เคลือบผิวแข็ง มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการยืดอายุการใช้งานของวาล์ว3) การพิจารณาต้นทุนต้นทุนของวัสดุตัววาล์วอาจแตกต่างกันมาก ปัจจุบันวัสดุประสิทธิภาพสูงได้รับความนิยมเนื่องจากมีความทนทานและต้านทานได้ดีกว่า อาจหมายความว่าวัสดุเหล่านี้อาจมีราคาแพงกว่าด้วย4) ความเข้ากันได้และมาตรฐานวัสดุที่เลือกจะต้องเข้ากันได้กับของเหลวที่ไหลอยู่ภายใน เพื่อป้องกันปฏิกิริยาเคมีหรือการเสื่อมสภาพ อุตสาหกรรมบางแห่งยังต้องการวัสดุเฉพาะ เนื่องจากต้องเป็นไปตามมาตรฐานหรือการรับรองด้านกฎระเบียบเฉพาะ5) ความต้านทานการกัดกร่อนสภาพแวดล้อมที่วาล์วทำงานอาจส่งผลต่อการเลือกใช้วัสดุได้ สารกัดกร่อน เช่น…

สาเหตุหม้อไอน้ำระเบิด 💨

สาเหตุหม้อไอน้ำระเบิด  สาเหตุมาจากโครงสร้าง1. ต้นเหตุการระเบิดเนื่องจากโครงสร้างไม่ดี ขาดเทคนิคและเครื่องมือที่เหมาะสม2. ใช้เหล็กผิดเกรดและความหนาไม่เหมาะกับแรงอัด หรือเกิดการผุกร่อน เพราะเก่าเกินไป3. ลักษณะของการเชื่อมไม่ดี มีรอยร้าวและตามด ซึ่งเกิดจากความเครียดของรอยเชื่อมขณะทำการเชื่อม4. ชนิดของลวดเชื่อมไม่เหมาะสมกับเหล็ก ที่ทำตัวหม้อไอน้ำ ทำให้รอยเชื่อมเกิดการร้าว และการผุกร่อนริมรอยเชื่อม5. มีความเข้มข้นของทางแร่ธาตุภายในหม้อไอน้ำมากเกินไป6. น้ำในหม้อไอน้ำมีออกซิเจนมาก ขาดเครื่องมือในการไล่ออกซิเจนในน้ำ7. น้ำที่ป้อนให้หม้อไอน้ำมีคุณสมบัติและคุณภาพที่ไม่ถูกต้องตามที่หม้อไอน้ำต้องการ และมีค่า PH ต่ำมีสภาพเป็นกรด8. วาล์วนิรภัยสร้างไม่ถูกขนาด จึงระบายความดันออกไม่ทัน9. ระบบอัตโนมัติหยุดเชื้อเพลิงไม่ทำงาน หรือไม่มีระบบอัตโนมัติ ทำให้เมื่อเกิดเปลวไฟดับภายในห้องเผาไหม้จะมีไอของเชื้อเพลิง จำนวนมากสะสมอยู่พอจุดไฟใหม่จึงระเบิดขึ้น. สาเหตุมาจากผู้ควบคุม1. เปิดเตาแล้วทิ้งไว้โดยมิได้เปิดประตูจ่ายไอน้ำ หรือไม่ได้เอาไอน้ำไปใช้ และไม่ได้ลดเชื้อเพลิงลง2. ไม่ได้ตรวจเช็ควาล์วนิรภัยทุกวัน3. ไม่ได้ตรวจเช็คและทำความสะอาดเครื่องวัดระดับน้ำ และตรวจสอบแรงอัด Booster Pump ทุกวัน4. ไม่ได้ตรวจเช็คเกจวัดแรงอัด (ควรมีเกจ วัด 2 ตัวเพื่อเปรียบเทียบ)5. ไม่ได้ตรวจคุณสมบัติและคุณภาพของน้ำ6. ไม่ได้ตรวจความเข้มข้นของแร่ธาตุในน้ำ ทำให้เกิดรอยร้าว ในลักษณะลายขาไก่7. ภายในหม้อไอน้ำมีหินปูนเกาะหนา เนื่องจากไม่ได้ตรวจหม้อน้ำนาน (ควรตรวจทุก 3 เดือน)8. มีน้ำมันหลงเข้าไปในหม้อไอน้ำ หรือน้ำแห้ง9. หม้อไอน้ำเย็นตัวเร็วเกินไปทำให้เกิดความเครียดและรอยร้าวขึ้น10. ไม่ได้ทำการตรวจซ่อมใหญ่อย่างน้อยปีละครั้งอ้างอิง :…

ท่อไอน้ำ (Steam Piping) 🔩

ท่อไอน้ำ (Steam Piping) ท่อไอน้ำ เป็นตัวส่งผ่านไอน้ำจากแหล่งผลิตไอน้ำไปยังอุปกรณ์ใช้งานไอน้ำตามจุดต่างๆ ควรได้รับการออกแบบและติดตั้งอย่างถูกต้อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งานไอน้ำ  การออกแบบและติดตั้งท่อไอน้ำ (Steam Piping)1.ท่อไอน้ำและท่อคอนเดนเสท จะต้องวางลาดเอียงตามทิศทางการไหลอย่างน้อย 1:2502.ท่อไอน้ำที่มีความยาวมาก จะต้องติดตั้งกับดักไอน้ำเพื่อระบายคอนเดนเสทออกจากท่อทุกๆ ระยะห่างกัน 30 – 50 เมตร3. ทุกครั้งที่มีการยกระดับท่อให้สูงขึ้น จะต้องติดตั้งกับดักไอน้ำเสมอ4. ที่ปลายท่อไอน้ำจะต้องมีกับดักไอน้ำและชุดระบายอากาศทิ้งอัตโนมัติติดตั้งอยู่อย่างเหมาะสม5. การลดขนาดท่อไอน้ำจะต้องใช้ข้อลดเยื้องศูนย์ชนิดด้านล่างแบนเรียบ เพื่อหลีกเลี่ยงการขวางทางไหลของไอน้ำ และคอนเดนเสท6. การต่อท่อไอน้ำแยกออกไปใช้งาน ให้ทำการต่อจากด้านบนของท่อประธาน7. ให้ติดตั้งกับดักไอน้ำที่ท่อไอน้ำร่วม (STEAM HEADER) เสมอ8. ท่อไอน้ำและท่อคอนเดนเสทจะต้องแสดงสัญลักษณ์ที่บอกถึงชนิดของของไหลที่อยู่ภายในท่อพร้อมลูกศรชี้บอกทิศทางการไหล9. ท่อไอน้ำและท่อคอนเดนเสท จะต้องได้รับการทดสอบการอัดความดันด้วยน้ำก่อนการหุ้มฉนวนใดๆ ความดันทดสอบจะต้องมีค่า 1.5 เท่าของความดันใช้งานของระบบท่อส่วนนั้น การออกแบบขนาดท่อให้เหมาะสมควรใช้ความเร็วของไอน้ำที่เหมาะสม 20-40 m/s (Yoshitake แนะนำที่ 30 m/s) ท่อขนาดเล็กเกินไป1.มีเสียงดังหวีดขณะไอน้ำเคลื่อนที่2.เกิด pressure drop สูง3.เกิดการกระแทกของน้ำหรือ water hammer4.ไอน้ำไม่เพียงพอต่อการใช้งาน5.เกิดการสึกกร่อนในท่อ ท่อขนาดใหญ่เกินไป1.สูญเสียพลังงานความร้อนเพิ่มขึ้นจากพื้นที่ผิวที่เพิ่มขึ้น2.สิ้นเปลืองค่าติดตั้งสูงขึ้น .  For further inquiries, please contact :  Tel.…

การประกอบหัวขับ V-TORK Model.VTM1 เข้ากับ Butterfly Valve 10UB

การประกอบหัวขับ V-TORK Model.VTM1 เข้ากับ Butterfly Valve 10UB  For further inquiries, please contact :  Tel. : 02-678-2530-40  Fax : 02-678-2550-51  E-mail : sale@kcbkk.com หรือ info@kcbkk.com  Facebook : KC Mahanakorn Co.,Ltd.  https://www.facebook.com/kcmahanakorn  Line official ID: @kcbkk https://lin.ee/pycb2T6  #KCmahanakorn #นึกถึงPartnerนึกถึงKCMahanakorn #valve #วาล์ว #เคซี #วาล์วอุตสาหกรรม #energysaving #Japan #วาล์วคุณภาพ #yoshitake #Japan #วาล์วคุณภาพ #vtork #การประกอบวาล์ว

ลักษณะการทำงาน Control Valve รุ่น CT-100

ลักษณะการทำงาน Control Valve รุ่น CT-100  For further inquiries, please contact :  Tel. : 02-678-2530-40  Fax : 02-678-2550-51  E-mail : sale@kcbkk.com หรือ info@kcbkk.com  Facebook : KC Mahanakorn Co.,Ltd.  https://www.facebook.com/kcmahanakorn  Line official ID: @kcbkk https://lin.ee/pycb2T6  #KCmahanakorn #นึกถึงPartnerนึกถึงKCMahanakorn #valve #วาล์ว #เคซี #วาล์วอุตสาหกรรม #energysaving #Japan #วาล์วคุณภาพ #yoshitake #Japan #วาล์วคุณภาพ #yoshitake #controlvalve #CT100