Energy Loss ในโรงงาน เริ่มจากจุดไหน

การสูญเสียพลังงาน (Energy Loss) ในโรงงานอุตสาหกรรมเปรียบเสมือน “การสูญเสียกำไร” หากต้องการแก้ไขให้ตรงจุดนั้น โดยมองภาพรวมตั้งแต่ แหล่งกำเนิดพลังงาน ไปจนถึง ปลายทางของกระบวนการผลิต
โดยสามารถแบ่งจุดเริ่มต้นของความสูญเสียได้เป็น 4 ส่วนหลัก ดังนี้:
1) ระบบสาธารณูปโภคหลัก (Utilities)
นี่คือจุดที่เกิดการสูญเสียมากที่สุด และเป็นจุดแรกที่ควรตรวจสอบ
🟨 ระบบลมอัด (Compressed Air): เป็นระบบที่สิ้นเปลืองพลังงานสูงที่สุดจุดหนึ่ง พลังงานไฟฟ้าที่จ่ายให้เครื่องอัดอากาศจะกลายเป็นความร้อนถึง 90% และคงเหลือเป็นลมใช้งานเพียง 10% หากพบมีจุดรั่วไหลเพียงเล็กน้อย ก็เท่ากับสูญเสียค่าไฟฟ้า ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
🟨 ระบบไอน้ำ (Steam System): การสูญเสียมักเกิดจาก กับดักไอน้ำ (Steam Trap) ที่ชำรุด หรือการหุ้มฉนวนท่อส่งที่ไม่สมบูรณ์ ส่งผลทำให้ความร้อนแผ่ออกสู่บรรยากาศก่อนถึงเครื่องจักร
🟨 ระบบไฟฟ้า: การใช้หม้อแปลงขนาดใหญ่ที่เกินความจำเป็น หรือค่าตัวประกอบกำลัง (Power Factor) ต่ำ ส่งผลทำให้เกิดความร้อนสะสมในสายไฟ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
2) ระบบขับเคลื่อน และเครื่องจักร (Motors & Drives)
มอเตอร์ไฟฟ้าคือหัวใจของการผลิต แต่ก็เป็นจุดที่พลังงานรั่วไหลได้ง่าย
🟩 แรงเสียดทาน (Friction): เครื่องจักรที่ขาดการบำรุงรักษา หรือตลับลูกปืนมีการเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ส่งผลทำให้ต้องใช้พลังงานมากขึ้น เพื่อเอาชนะแรงเสียดทาน
🟩 การเดินเครื่องตัวเปล่า (Idling): การเปิดเครื่องจักรทิ้งไว้ในช่วงพัก หรือช่วงที่ไม่มีการผลิตชิ้นงาน (No-load) เป็นการสูญเสียพลังงานโดยไม่ได้ผลผลิต
3) ระบบปรับอากาศ และระบายอากาศ (HVAC)
สำหรับโรงงานที่เป็นระบบปิด หรือมีห้องสะอาด (Clean Room)
🟥 การรั่วไหลของความเย็น: ประตูทางเข้า-ออกที่ปิดไม่สนิท ส่งผลทำให้ระบบทำความเย็นต้องทำงานหนักตลอดเวลา ในการปรับอุณหภูมิตามที่ต้องการ
🟥 การตั้งอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม: การตั้งอุณหภูมิต่ำกว่าความจำเป็นเพียง 1°C อาจทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็นเพิ่มขึ้นถึง 5-10%
4) การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive maintenance)
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดนั้นคือ “นโยบายในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน”
🟦 ขาดการตรวจวัด (Measurement): หากไม่มีการติดตั้งมิเตอร์แยกส่วน (Sub-meter) จะไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าจุดไหนที่มีการใช้พลังงานที่เกิดความผิดปกติ
🟦 ขาดแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM): การรอให้เครื่องเสียก่อนค่อยซ่อม (Breakdown Maintenance) ซึ่งมักจะมาพร้อมกับการใช้พลังงานที่สูงขึ้นก่อนเครื่องจะเสียหาย และส่งผลกระทบให้ไม่สามารถใช้งานเครื่องจักรได้
⚠️ ควรเริ่มจากจุดไหนก่อน❓
หากต้องการลดความสูญเสียอย่างเร่งด่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นนั้น แนะนำให้เริ่มจาก “Low Cost, High Return” คือ
⚫ การตรวจเช็ค และอุดรอยรั่ว ในระบบลมอัด และระบบไอน้ำ
⚫ มีการติดตั้ง Inverter (VFD) เพื่อช่วยในการควบคุมความเร็วของมอเตอร์ ให้สัมพันธ์กับภาระงานที่เกิดขึ้นจริง
⚫ การสร้างจิตสำนึก ให้กับพนักงาน มีการปิดสวิตช์อุปกรณ์ เมื่อไม่มีใช้งานทุกครั้ง
✔️ HVAC (Heating Ventilation and Air Conditioning) ระบบนี้มีไว้เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมภายใน (อุณหภูมิ, ความชื้น, air flown และ ระบบการกรองของอากาศ) เพื่ออำนวยความสบายให้กับคน สามารถทำให้คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา
✔️ VFD (Variable Frequency Drive) คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ควบคุมความเร็วรอบและแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Motor) โดยการปรับเปลี่ยนความถี่ (Frequency) และแรงดันไฟฟ้า (Voltage) ที่ป้อนเข้าสู่มอเตอร์
.
For further inquiries, please contact :
Tel. : 02-678-2530-40
Fax : 02-678-2550-51
E-mail : sale@kcbkk.com หรือ info@kcbkk.com
Facebook : KC Mahanakorn Co.,Ltd. https://www.facebook.com/kcmahanakorn
Line official ID: @kcbkk https://lin.ee/pycb2T6
#KCmahanakorn #นึกถึงPartnerนึกถึงKCMahanakorn #KITZ #valve #วาล์ว #engineer #energyloss #EnergyLossในโรงงานเริ่มจากจุดไหน #utilities #motorsdrives #hvac #Preventivemaintenance #PM #heatingventilationandairconditioning #variablefrequencydrive

